รู้หรือไม่? กินเค็มมากไป อันตรายกว่าที่คิด!!!

รู้หรือไม่? กินเค็มมากไป อันตรายกว่าที่คิด!!!

โซเดียมถือเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย เนื่องจากโซเดียมมีส่วนช่วยในกระบวนการที่สำคัญของร่างกาย มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำรอบ ๆ เซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกาย แต่ทั้งนี้ โซเดียมเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น ถ้าร่างกายได้รับมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ค่ะ ซึ่งวันนี้เราจะพูดถึงโทษของการกินอาหารรสเค็ม ว่าการ กินเค็มมากไป จะส่งผลเสียอะไรต่อสุขภาพ และจะมีโทษแบบไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่ะ

รู้หรือไม่? กินเค็มมากไป อันตรายกว่าที่คิด!!!

ประโยชน์ของการกินเค็ม

โซเดียมนั้นเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากโซเดียมเป็นเกลือแร่ ช่วยในกระบวนการที่สำคัญของร่างกาย มีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำรอบ ๆ เซลล์และเนื้อเยื่อภายในร่างกาย บางกรณีจะพบว่าแพทย์ใช้โซเดียมรักษาผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตต่ำ เนื่องจากมีส่วนช่วยให้เพิ่มระดับความดันโลหิต ดังนั้น การกินเค็มและการบริโภคโซเดียมอย่างเหมาะสมจึงมีส่วนช่วยให้ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ

กินเค็มมากเกินไปอาจเสี่ยงโรค

มีโรคและความผิดปกติหลายอย่างที่อาจมีสาเหตุจากการกินเค็ม จากการสำรวจประชากรไทยนั้นประสบกับภาวะความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นสาเหตุของโรคร้ายแรงหลายโรคกว่า 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรในวัยผู้ใหญ่ หรือกว่า 10 ล้านคน และยังพบผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรังกว่า 8 ล้านคนอีกด้วย โดยโรคอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการกินเค็ม ดังนี้

โรคไต

ไต เป็นอวัยวะภายใน ทำหน้าที่กรองของเสียรวมทั้งโซเดียมที่เป็นส่วนเกินออกทางปัสสาวะ การกินเค็ม หรือกินเกลือหวาน และเกลือจืดมากทำให้ไตต้องทำงานหนัก เพราะต้องขับโซเดียมส่วนเกินออก เมื่อไตต้องทำงานหนักเข้ามาก ๆ ไตก็เสื่อม ทำให้กรองและขับของเสียออกมาทางปัสสาวะได้น้อยลง ซึ่งการได้รับโซเดียมปริมาณมากอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลให้ไตทำงานหนักขึ้นจากการกำจัดโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคไต

โรคไต

โรคกระดูกพรุน

โซเดียมที่มากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายนั้นขับแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสร้างและคงความแข็งแรงของกระดูกออกไปทางปัสสาวะมากยิ่งขึ้น จึงอาจทำให้กระดูกบาง เสี่ยงต่อภาวะเปราะหักง่ายขึ้น รวมถึงอาจเป็นสาเหตุของโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุน

โรคหลอดเลือดหัวใจ

ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มความดันโลหิตของโซเดียมอาจส่งผลให้หลอดเลือดและหัวใจนั้นทำงานหนักมากยิ่งขึ้น จึงอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หรือภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

โรคหลอดเลือดหัวใจ

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

มีงานวิจัยที่พบว่าเกลือนั้นอาจช่วยให้แบคทีเรียในท้องเติบโตอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสร้างความเสียหายให้กับเยื่อบุกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งชนิดนี้ อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งจากหลายการศึกษาเท่านั้น และในปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกลือนั้นเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้อย่างไร

โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

โรคความดันโลหิตสูง

เนื่องจากร่างกายของเราจะมีไตซึ่งคอยทำหน้าที่ช่วยปรับระดับโซเดียมและน้ำภายในร่างกายให้คงความเหมาะสม  แต่หากร่างกายของเรามีปริมาณโซเดียมสูง การทำงานของไตก็จะหนักขึ้น เพราะไม่สามารถปรับระดับของโซเดียมให้เหมาะสมกับน้ำได้ ปริมาณของน้ำและโซเดียมจึงเพิ่มระดับสูงขึ้น ส่งผลให้เลือดซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วยพลอยสูงขึ้นตามยิ่งขึ้น และหากเลือดไหลผ่านไปยังเส้นเลือดมากก็ย่อมก่อให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงตามมาได้ในที่สุดนั่นเอง

โรคความดันโลหิตสูง

โรคหัวใจ

การที่เรามีปริมาณเลือดในร่างกายสูงจนนำมาสู่ความดันโลหิตสูงนั้น ย่อมทำให้หัวใจเกิดการสูบฉีดเลือดที่หนักและมีภาวะหัวใจเร็วมากกว่าเดิม ไม่เพียงแค่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตแต่เพียงเท่านั้น เพราะปริมาณของโซเดียมยังทำให้เกิดภาวะร่างกายบวมน้ำและมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด ซึ่งหากเป็นมาก ๆ ก็อาจจะหนักถึงขั้นหัวใจวายได้ค่ะ

โรคหัวใจ

อัมพฤกษ์ อัมพาต

หากผู้ป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงนานและไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจนอาการเบาบางลง ผนังหลอดเลือดก็จะได้รับการถูกทำลายจนนำมาสู่การทำลายอวัยวะในส่วนอื่น ๆ ที่มีความสำคัญต่อมา โดยเฉพาะสมองที่มีโอกาสเสี่ยงในการเกิดอัมพฤกษ์ อัมพาตมากที่สุด เพราะจะเกิดจากโรคหลอดเลือดในสมองแตก ตีบและตันนั่นเอง

อัมพฤกษ์ อัมพาต

ยิ่งกินเค็มยิ่งอ้วน

จากการศึกษาพบว่ารสชาติของอาหาร เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนกินอาหารมากขึ้น โดยรสเค็มเป็นรสที่ส่งผลต่อการกินมากที่สุด รสชาติเค็มจะเร่งการผลิตโดปามีนซึ่งเป็นสารเคมีในสมองส่งผลต่ออารมณ์ความพึงพอใจ ความสุข ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอาหาร เมื่อติดรสเค็มแล้วหากไม่ได้กินเค็มก็จะรู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์เสีย

ยิ่งกินเค็มยิ่งอ้วน

นอกจากนี้ แม้ว่าโรคที่เกิดจากการกินเค็มอาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่ก็มีคนบางกลุ่มอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติจากการกินโซเดียมมากกว่าคนทั่วไป เช่น ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตสูง และผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ การลดพฤติกรรมกินเค็มจึงมีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคและความผิดปกติเหล่านี้ได้

โซเดียมเป็นสารอาหารที่ถือว่าสำคัญต่อร่างกายจริง แต่โซเดียมเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น เพราะถ้าร่างกายของเราได้รับปริมาณที่มากเกินไป หรือทานเค็มมากไป อาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมามากมาย สำหรับใครที่ชอบทานอาหารรสเค็มบ่อย ๆ แนะนำให้ลดปริมาณความเค็มลงจากปกติที่เคยกินนะคะ จะได้ไม่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคในข้างต้น

บทความที่น่าสนใจของ suaysudd ยังมีให้คุณอ่านอีกมากมาย และรวมประโยชน์ของดาร์กช็อกโกแลต ที่หลายคนไม่เคยรู้!